การค้าการลงทุน

ข้อมูลการค้า การลงทุน

      สาธารณรัฐเช็กมีระบบการค้าและเศรษฐกิจเปิดแบบตลาดเสรี ได้ผ่านการปฏิรูประบบเศรษฐกิจมาแล้วกว่า 20 ปีและมีกระบวนการการปฏิรูปที่รวดเร็ว เป็นผลให้เศรษฐกิจมีเสถียรภาพ โดยภาคเอกชนเป็นผู้ขับเคลื่อนหลัก มีอัตราการว่างงานค่อนข้างต่ำ และยังมีราคาสินค้าอุปโภคและบริโภคที่ไม่สูงมากเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศในยุโรปตะวันตก ประกอบกับการใช้สกุลเงินของตัวเอง ทำให้สินค้าต่างๆ ที่ผลิตในประเทศมีราคาที่ค่อนข้างถูกกว่าโดยเปรียบเทียบ รวมถึงราคาค่าแรงและปัจจัยการผลิตในด้านต่างๆ เมื่อเทียบกับประเทศในกลุ่มยูโรโซน

      ในทางเศรษฐกิจ สาธารณรัฐเช็กถือเป็นประเทศอุตสาหกรรม มีการผลิตของอุตสาหกรรม ทั้งขนาดใหญ่ ขนาดกลาง และขนาดย่อม โดยอุตสาหกรรมหลัก ได้แก่ การผลิตยานยนต์ประเภทต่างๆ รวมถึงรถยนต์โดยสาร รถบรรทุก รถราง อะไหล่และชิ้นส่วนยานยนต์ การผลิตเครื่องจักรที่ใช้ในอุตสาหกรรมการผลิต การผลิตคอมพิวเตอร์และส่วนประกอบ และการผลิตยุทโธปกรณ์

      นอกจากนี้ ยังเป็นประเทศที่พึ่งพาการส่งออกเป็นหลัก โดยคู่ค้าอันดับต้นๆ ของสาธารณรัฐเช็กล้วนเป็นประเทศเพื่อนบ้าน เช่น เยอรมนี ซึ่งเป็นคู่ค้าอันดับที่ 1 มายาวนาน และประเทศที่อยู่ในภูมิภาค อย่างไรก็ดี จากวิกฤติเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในยุโรปในช่วงที่ผ่านมา ทำให้สาธารณรัฐเช็กตระหนักดีว่า ควรส่งเสริมการค้ากับประเทศนอกภูมิภาคยุโรปด้วย เพื่อสร้างความสมดุลให้กับเศรษฐกิจของเช็ก ซึ่งภูมิภาคที่สนใจ ได้แก่ เอเชีย รวมถึงจีน อินเดีย เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ละตินอเมริกา และแอฟริกา

      นอกจากนี้ เช็กยังมีนโยบายส่งเสริม SMEs ของเช็กให้เป็นที่รู้จักและออกไปแสวงหาลู่ทางภายนอกภูมิภาคมากขึ้น และเน้นการพัฒนาอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยี/นวัตกรรมสมัยใหม่ เน้นการทำวิจัยและพัฒนา (R&D) ที่จะเป็นประโยชน์ต่อภาคการผลิตของเอกชนได้จริง รวมถึง การจับมือกับหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจใหม่ๆ นอกภูมิภาค

      เมื่อปี 2558 อัตราการเติบโตของ GDP ของเช็กอยู่ที่ร้อยละ 4.4 ซึ่งสูงกว่าอัตราการเติบโตเฉลี่ยของยูโรโซนประมาณ 2 เท่า มีอัตราการว่างงานต่ำที่สุดเป็นอันดับ 2 ในยุโรปรองจากเยอรมนี และมีสัดส่วนหนี้สาธารณะคิดเป็นร้อยละ 41 ของ GDP ซึ่งถือเป็นสัดส่วนที่ต่ำมากในยุโรป นอกจากนี้ มีอัตราการเติบโตของมูลค่าการค้าต่างประเทศอยู่ที่ร้อยละ 8.0 อัตราเงินเฟ้อแบบปีต่อปีอยู่ที่ร้อยละ 0.4 และธนาคารกลางเช็กยังคงรักษาอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ร้อยละ 0

      สาธารณรัฐเช็กยังได้รวมกลุ่มกับประเทศเพื่อนบ้านอีก 3 ประเทศ ได้แก่ โปแลนด์ ฮังการี และสโลวะเกีย จัดตั้งกลุ่ม Visegrád 4 (V4) ขึ้น เพื่อเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจที่จะเกื้อกูลซึ่งกันและกัน โดยเชื่อมโยงกันภายในกลุ่มทั้งทางการเมือง เศรษฐกิจ ความมั่นคง และภาคสังคม ดังนั้น การส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจกับสาธารณรัฐเช็ก จึงสามารถเป็นช่องทางที่จะขยายต่อไปยังประเทศเพื่อนบ้านทั้ง 3 ประเทศได้อีกด้วย รวมไปถึงประเทศเพื่อนบ้านและคู่ค้าทางเศรษฐกิจที่สำคัญของเช็กอย่างเยอรมนี

      สำหรับสถิติการนำเข้าและส่งออกสินค้าระหว่างไทยและเช็ก ในรอบปี 2558 มูลค่าการค้ารวมอยู่ที่ 920.63 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยไทยส่งออกมายังเช็ก 751.24 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และเช็กส่งออกไปยังไทย 169.39 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ไทยเป็นฝ่ายได้ดุลการค้า 581.85 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ตามสถิติของกระทรวงพาณิชย์)

      สินค้าส่งออกที่สำคัญของไทยมายังเช็ก ได้แก่ เครื่องคอมพิวเตอร์และส่วนประกอบ เครื่องใช้ไฟฟ้าและส่วนประกอบ ทองแดงและผลิตภัณฑ์จากทองแดง เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ เครื่องวีดีโอ เครื่องเสียงและส่วนประกอบ ในขณะที่สินค้าส่งออกสำคัญจากเช็กไปไทย ได้แก่ เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ ส่วนประกอบและอุปกรณ์ยานยนต์ นมและผลิตภัณฑ์จากนม และเพชร พลอย และอัญมณี

กฎระเบียบการทำธุรกิจ

      - สาธารณรัฐเช็กมีระบบตลาดที่เปิดกว้าง และมีแนวโน้มที่จะลดอุปสรรคทางการค้าที่ใช่และมิใช่ภาษีลงเป็นลำดับ โดยใช้กฎระเบียบและมาตรการทางด้านการค้า รวมถึงศุลกากรและการเข้าถึงตลาดในรูปแบบเดียวกับของ EU

      - ระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ของเช็ก แบ่งออกเป็น 2 อัตรา ได้แก่ อัตราร้อยละ 21 สำหรับสินค้าและบริการส่วนใหญ่ และอัตราร้อยละ 15 สำหรับสินค้าบางประเภท อาทิ อาหาร หนังสือ สัตว์เลี้ยง ต้นไม้ รวมทั้งงานบริการบางประเภท เช่น ธุรกิจโรงแรม กิจกรรมทางวัฒนธรรม และ งานบริการสาธารณะ เป็นต้น

      - สำหรับภาษีสินค้านำเข้า สาธารณรัฐเช็กดำเนินการตาม EU Custom’s Legislation โดยสินค้าที่นำเข้าจากประเทศที่อยู่นอก EU จะต้องเสียศุลกากรและภาษีนำเข้า และภาษีมูลค่าเพิ่ม และในหลายกรณี จำเป็นจะต้องแสดงข้อมูลแหล่งผลิตสินค้า (proof of origin) เช่น สิ่งทอ ทั้งนี้ สาธารณรัฐเช็กมีมาตรการที่เกี่ยวข้อง ซึ่งผู้นำเข้าจะต้องผ่านการตรวจสอบและขอรับใบอนุญาต จึงจะสามารถนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศได้ เพื่อเป็นการสร้างหลักประกันว่า สินค้านำเข้าเป็นสินค้าที่มีคุณภาพดีพอ โดยเฉพาะในประเภทสินค้าที่อาจก่อให้เกิดอันตรายแก่ผู้บริโภคได้ เช่น สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ ของเล่นเด็ก เครื่องทำความเย็น อุปกรณ์สำหรับยานยนต์ สินค้าสำหรับการก่อสร้าง และสินค้าเพื่อสุขภาพ เป็นต้น ทั้งนี้ อัตราศุลกากรและภาษีนำเข้าจะแตกต่างกันไปตามแหล่งผลิตสินค้านำเข้านั้นๆ เนื่องจากมีบางประเทศที่ได้รับการจัดให้อยู่ในกลุ่มประเทศที่ได้รับสิทธิประโยชน์เป็นพิเศษ

      - ชาวต่างชาติสามารถประกอบธุรกิจในเช็กได้หลายรูปแบบ ยกตัวอย่างเช่น สามารถร่วมกับหุ้นส่วนชาวเช็กเปิดบริษัทได้ สามารถเปิดสำนักงานสาขาในเช็กได้ และสามารถจัดตั้งบริษัทเช็กได้ แต่รูปแบบที่เป็นที่นิยมมาก คือ การร่วมกับหุ้นส่วนชาวเช็กเปิดบริษัท

      - สำหรับข้อมูลเกี่ยวกับการทำธุรกิจกับสาธารณรัฐเช็ก สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.businessinfo.cz ซึ่งเป็นเว็บไซต์ที่จัดทำโดยกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าสาธารณรัฐเช็ก (Ministry of Investment and Trade) และ www.czechtradeoffices.com ซึ่งเป็นของหน่วยงาน CzechTrade ที่ทำหน้าที่ส่งเสริมการค้า นอกจากนี้ CzechTrade ยังได้ตั้งสำนักงานในไทยแล้วตั้งแต่ปี 2557 โดยตั้งสำนักงานอยู่ที่อาคาร All Seasons Place และสามารถติดต่อได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ +66-2625-3063, +669-7039-0975 หรือที่ อีเมล bangkok@czechtrade.cz

      - สำหรับข้อมูลเกี่ยวกับอัตราภาษีศุลกากร สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.celnisprava.cz/en/ ซึ่งเป็นเว็บไซต์ของสำนักงานศุลกากรของสาธารณรัฐเช็ก

นโยบายการส่งเสริมการลงทุน

      สาธารณรัฐเช็กมีหน่วยงานที่ดูแลการลงทุนโดยตรง คือ CzechInvest อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า สามารถดูรายละเอียดข้อมูลที่เกี่ยวข้องได้ที่ www.czechinvest.org

      นโยบายหลักด้านการลงทุนของเช็ก คือการส่งเสริมการลงทุนและดำเนินมาตรการต่างๆ ที่จะทำให้สภาพแวดล้อมโดยรวมของเช็กเหมาะสำหรับการลงทุนจากต่างประเทศ รวมถึงการให้สิทธิประโยชน์ต่างๆ บนพื้นฐานของกฎหมายส่งเสริมการลงทุน (Investment Incentives Act) ที่มีผลบังคับใช้ทั้งสำหรับการลงทุนภายในและการลงทุนจากต่างประเทศ

      ปัจจุบัน เช็กกำลังส่งเสริมการลงทุนในโครงการที่เกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐาน โดยได้ตั้งเขตอุตสาหกรรม (industrial zone) ขึ้นมาสำหรับการลงทุนโครงการขนาดใหญ่ และให้สิทธิประโยชน์ในด้านต่างๆ เป็นการเฉพาะ โดยเน้นการส่งเสริมใน 3 ด้าน ได้แก่

  • (1) อุตสาหกรรม—การสร้าง/ขยายอุตสาหกรรมการผลิต
  • (2) ศูนย์เทคโนโลยี—การสร้าง/ขยายศูนย์วิจัยและพัฒนา
  • (3) ธุรกิจที่เกี่ยวกับการบริการและการสนับสนุนธุรกิจ

  ขั้นตอนการยื่นขอรับสิทธิประโยชน์เพื่อส่งเสริมการลงทุนโดยสังเขป

  • 1. การยื่นแบบฟอร์มต่อ CzechInvest พร้อมเอกสารที่เกี่ยวข้อง
  • 2. CzechInvest จะให้ความเห็นประกอบ ก่อนเสนอต่อให้กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าเช็กพิจารณา (ใช้ระยะเวลา 1 เดือน)
  • 3. กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าจะหารือร่วมกับหน่วยงานอื่นๆ ของเช็ก และจัดทำข้อเสนอสิทธิประโยชน์ (ใช้ระยะเวลา 2-3 เดือน)
  • 4. หลังจากทราบข้อเสนอสิทธิประโยชน์แล้ว บริษัทผู้ลงทุนยื่นเรื่องต่อ CzechInvest เพื่อตอบรับข้อเสนอของกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าเช็ก (ใช้ระยะเวลา 3 เดือนหรือน้อยกว่า)
  • 5. กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าเช็กตัดสินใจให้สิทธิประโยชน์ตามที่เสนอไว้ (ใช้ระยะเวลา 1 เดือน)

      ดังนั้น โดยเฉลี่ยแล้ว กระบวนการยื่นขอรับสิทธิประโยชน์ด้านการลงทุนจากเช็กจะอยู่ที่ประมาณ 5-6 เดือน นอกจากนี้ หากมีสิทธิประโยชน์ที่เกี่ยวพันกับกระทรวงหรือหน่วยงานอื่น ของเช็ก ผู้ลงทุนอาจจะต้องลงนามในสัญญากับหน่วยงานนั้นๆ เพิ่มเติมด้วย เช่น หากได้รับเงินอุดหนุนสำหรับการจ้างงาน ก็จะต้องลงนามในสัญญากับกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคมของเช็ก เป็นต้น

สิทธิประโยชน์

สิทธิประโยชน์หลักๆ ที่จะได้รับ ได้แก่

  • 1. การลดหย่อนภาษีเงินได้เป็นเวลา 10 ปี
  • 2. การจัดหาอสังหาริมทรัพย์ในราคาพิเศษที่ต่ำกว่าราคาตลาด
  • 3. การได้รับเงินอุดหนุนสำหรับการจ้างงาน
  • 4. การได้รับเงินอุดหนุนสำหรับการส่งบุคลากรเข้ารับการอบรม
  • 5. การได้รับเงินอุดหนุนเป็นต้นทุนสำหรับการลงทุนในภาคการผลิตและการสร้างศูนย์เทคโนโลยี (ในอัตราที่สูงถึงร้อยละ 5 ของต้นทุนค่าใช้จ่าย แต่ไม่เกิน 1,500 ล้านคอรูนา สำหรับการลงทุนในภาคการผลิตและไม่เกิน 500 ล้านคอรูนา สำหรับการลงทุนสร้างศูนย์เทคโนโลยี)

      ทั้งนี้ ขึ้นกับการพิจารณาของ CzechInvest และกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าเช็กด้วยว่าจะให้สิทธิประโยชน์ในด้านใดกับโครงการใดบ้าง

ประเด็นท้าทายในการทำธุรกิจ

      - การประกอบธุรกิจในเช็ก จำเป็นต้องมีผู้ช่วยด้านภาษา เนื่องจากภาษาราชการและภาษาที่ใช้ในชีวิตประจำวันส่วนใหญ่เป็นภาษาเช็ก รวมถึงกฎระเบียบต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง

      - หากเป็นการส่งออกสินค้ามายังเช็ก ควรมีฉลากอธิบายเป็นภาษาเช็กติดบนผลิตภัณฑ์ให้เรียบร้อย โดยอาจติดเป็นสติ๊กเกอร์เพิ่มเติมบนบรรจุภัณฑ์ และต้องเป็นไปตามมาตรฐานของ EU

      - แม้ว่าเช็กจะใช้สกุลเงินเป็นของตัวเอง แต่กฎระเบียบส่วนใหญ่ก็เป็นไปตามมาตรฐานของ EU ดังนั้น จึงจำเป็นจะต้องศึกษากฎระเบียบที่เกี่ยวข้องให้ครบถ้วน อาทิ กฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อม เป็นต้น

      - ชาวไทยยังรู้จักและเข้าถึงศักยภาพในด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมที่เช็กมีค่อนข้างน้อย โดยเช็กมีเทคโนโลยีและนวัตกรรมหลายอย่างที่เป็นเทคโนโลยีระดับโลก เช่น นวัตกรรม นาโนเทคโนโลยีด้านสิ่งทอ และด้านการแพทย์ เช่น การใช้อนุภาคโปรตอนรักษามะเร็ง และอุปกรณ์ด้านการแพทย์แบบไฮเทค เช่น เตียงที่สามารถตอบสนองต่ออาการของผู้ป่วย เป็นต้น ซึ่งหากเข้าถึงได้มากขึ้น ก็จะยิ่งเป็นประโยชน์ต่อการประกอบธุรกิจและการลงทุนในเช็ก รวมถึงการค้าขายกับเช็ก เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่ดีสำหรับธุรกิจของไทยด้วย


Top